คาโนนะ


เช้านี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูดคุยของญาตตอนเวลา 6 โมง ซึ่งก็เป็นเวลาตื่นปกติของพวกเขา แต่สำหรับผมนั้นเช้ากว่าปกติครับ 555 แต่จากเท่าที่เคยนอนเต้นมาก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่เคยรู้สึกกินอิ่มนอนหลับสักเท่าไหร่นัก แต่ประสบการณ์เต็มร้อยครับ และแน่นอนว่าหลังจากอาบน้ำแปรงฟันสิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คืออาหารเช้า ซึ่งปกติถ้าให้ผมทำทริปละก็ผมขี้เกียจ คงไปหาอะไรกินง่ายๆ ไม่ 7-11 ก็ร้านอาหารเลย แต่มากับคนเยอะ เช้านี้เลยได้กินอาหารเช้าดีๆ (ดีแบบสไตล์ค่าย) คือ มาม่า, ขนมปัง, ไส้กรอก

จนกระทั่งถึงเวลา 8 โมงทุกคนต่างก็เริ่มเก็บเต้นของตัวเอง เพราะ ผมนี่แหละเริ่มพาเก็บ เพื่อเตรียมออกจากรีสอร์ทและไปเที่ยวต่อ สถานที่ที่จะไปต่อสรุปคือคาโนนะ จากคำแนะนำของป้าเพ็ญเจ้าของรีสอร์ท แถมแนะนำด้วยว่ารู้จักกับป้าเพ็ญแล้วเขาจะให้ส่วนลด

โดยคาโนนะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น อยู่ห่างจากรีสอร์ทวิมานกล้วยไม้ที่ผมพักเพียง 4 กม. เศษๆ ผมเดินทางไปถึงที่นั้นในเวลา 9 โมงครึ่ง ประกอบกับเป็นเดือนธันวาที่เป็นหน้าหนาวจึงทำให้แสงกำลังสวย เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมมาทำที่นี่คือการนั่งชิลกินข้าว และเขียนบันทึกแทนครับ 555 แล้วก็ปล่อยให้คนอื่นไปถ่ายรูปกันไป

สำหรับที่จอดรถสามารถรองรับรถได้ราว 30 คันได้ เมื่อถึงประตูทางเข้าจะต้องซื้อบัตรค่าเข้า 30 บาท แต่สามารถใช้แลกเป็นค่ากาแฟภายในได้ 10 บาทนะครับ ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมว่าค่าเข้าถือว่าค่อนข้างคุ้มค่านะครับ ราคาจริงๆ แค่ 20 บาทเท่านั้นเอง แต่ตัวสถานที่มีการจัดวาง ตกแต่งได้เกินราคามาก ทั้งๆ ที่สถานที่แห่งนี้ใช้พื้นที่ราวๆ 1 - 2 ไร่เท่านั้น บรรยากาศที่นี่ก็ดีมาก สำหรับผมที่มานั่งเขียนบันทึกไม่ว่าจะเป็นเสียงลมที่พัดผ่านต้นไผ่ เสียงคนคุยกันเบาๆ อากาศเย็นๆ มีอาหารมีเครื่องดื่มขายในราคาที่ไม่แพง ข้าวผัดกระเพราไข่ดาวที่ผมซื้อก็ราคาแค่ 60 น้ำราคาแค่แก้วละ 40 - 60 เท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีบริการเปลี่ยนชุดเป็นชุดยูกาตะ เรียกได้ว่าสำหรับช่วงนี้ที่เราไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ก็อาจจะทำให้หายคิดถึงญี่ปุ่นไปได้บ้าง โดยการเปลี่ยนชุดไปถ่ายรูปเบาๆ เหมือนได้ไปญี่ปุ่นนั้นเอง

ส่วนของการให้บริการกางเต้นก็ราคาไม่แพง คือราคา 100 บาทต่อคน แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าของสถานที่ได้แจ้งว่าจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้ให้บริการนะครับ เนื่องจากการระบาดของโควิดนั้นเอง

แต่สิ่งที่ต้องวิจารณ์เกี่ยวกับคาโนนะก็คือที่ล้างมือครับ คือแปลกมาก ที่ล้างมือ สไตล์นี้ที่ญี่ปุ่นผมก็ไม่เคยเห็นนะ 555+ คือแบบว่าเป็นก๊อกอยู่สูงๆ แล้วปล่อยลงพื้นด้านล่าง

จากนั้น 11 โมงกลุ่มของผมก็เริ่มกลับบ้านเนื่องจากแดดร้อน ถึงแม้ว่าระหว่างนั้นจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความที่แดดร้อน และมุมของดวงอาทิตย์เริ่มไม่เหมาะแก่การถ่ายรูป ผมจึงขอแนะนำว่าถ้าใครจะมาถ่ายรูปที่นี้ก็ควรที่จะมาในช่วงเช้าไม่เกิน 10 โมงครึ่ง และถ้าเป็นช่วงเย็นก็จะเป็นช่วงเวลาราวๆ 3 โมงครึ่ง ถึง 5 โมงเย็นครับ

โดยสถานที่ที่เราไปกันต่อก็คือบ้านแม่ยายของผม เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์แล้ว กลุ่มของน้าเป๋าจึงได้แยกกันที่บ้านแม่ยายผมเพื่อเดินทางกลับสมุทรปราการไป โดยตัวผมและภรรยาจะยังคงค้างที่บ้านแม่ยายอีก 2 คืนจึงค่อยกลับบ้าน